PTT Music Festival 2009

และแล้วก็ผ่านไปอีกปีกับงาน PTT Music Festival 2009 เมื่อ 16-18 ธ.ค.52 หรืองานเมาหน้าตึกที่ทุกคนตั้งตารอคอย นี่เป็นโปสเตอร์โปรโมทงาน

ส่วนปีนี้วง ปตท. ก็แบ่งๆกันเล่นตามเคยเป็นวงเปิดให้ศิลปินขึ้นมาเป็นวงปิด

วันแรก PTTICT 1 ชม.เต็ม ผ่านมาแบบงงงง ซาวด์ไม่ค่อยเป็นอย่างที่คิด Mixer อยู่ข้างเวที ฟังแทบไม่รู้เรื่อง กลองไม่มา เบสหาย กีต้าร์ก็แง๊วๆ พอศิลปินขึ้นพี่ศุ บุญเลี้ยง แกใช้แนว acoustic เลยไม่ค่อยมีปัญหส่วน เบล สุพลใช้ Backing track ก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน คืนนี้กว่าจะแยกวงก็เที่ยงคืน กำลังดี

วันที่ 2 วง PTTEP เป็นวงเปิด ต่อด้วยวง PTT วันนี้ซาวด์ดีขึ้น เสร็จแล้วตามด้วยสามสาว Brazia แล้วก็พี่ติ๊กชิโร่ ซึ่งทั้งคู่เปิืด Backing track ก็โอนะ ถึงบ้านตีสอง

วีนที่ 3 เปิดด้วยวง Innoplus จาก PTTCH 1ชั่วโมงแล้วต่อด้วยเดี่ยวกีต้าร์ของโรส ศรินทิพย์ ปิดท้ายด้วย บอย Peace maker ที่สาวๆรอคอย

กลับมาที่ PTT band ดีกว่า ปีก็ซ้อมน้อยตามเคยปรากฎว่าวันที่เล่นพี่อ๊อดหัวหน้าวง พิธีกร ผู้จัดการวง ต้องไปปฏิบัติงานที่ระยองเหลือน้องๆลุยกันไป

วันนั้นก็ถือว่า sound บนเวทีดีกว่าหลายๆครั้ง เสียงที่อยากได้จัดมาให้ครบ เสียงร้อง กลอง เบส อ้อ…มีขวดน้ำตั้งบนเวทีด้วยไฮโซซะไม่มี

คิวเพลงก็เริ่มจาก เหตุผลเดียว เพลงใหม่ของ ปตท. ร้องดูโอ โดย โจ๊ะ กะ นัท

ลืมไปไม่รักกัน เพลงเก่าแก่ของนูโว โจ๊ะ รับหมดทั้งร้องทั้งโซโล่

เพลงลูกกรุง ของ แมวจีระศักดิ์ ให้นัทร้องไป ช่วงเพลงนี้เริ่มรู้สึกว่ากีต้าร์เราเสียงแตกไปรึปล่าว ฟังนัวๆ

ช่วงนี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อย สปริงกระเดื่องหลุด ต้องซ่อมกันอยู่พักนึง พวกเราก็พยายามคุยโน่นคุยนี่จะหมดมุก ก็ยังซ่อมไม่เสร็จ

แล้วก็ถึงเพลงกอดของ ทีโบน ได้ ต้นขึ้นมาร้อง ก็ผ่านไปได้

พอเล่นไปครึ่งเพลงทาง stage บอกว่าเพลงหน้าเพลงสุดท้ายแล้วนะ เลยต้องตัดเพลง เชื่อในตัวฉันออกไป ข้ามไปสุดฤทธิ์สุดเดช ของใหม่ เลย

เพลงนี้ได้น้องพิ๊งค์ นักร้องสาวใหม่ถอดด้าม ก็ดีนะ หนุกดี

พอจบเพลงปุ๊บ พิธีกรก็ขึ้นมาคุยกะนักร้อง พวกที่เหลือก็เก็บข้าวเก็บของลงจะเวทีปั๊บ ให้สามสาวบราเซียขึ้นมาร้องต่อ

สรุปว่าคราวนี้ sound บนเวทีดี แต่เสียงกีต้าร์จาก monitor โคตรแหลมเลย ปรับตู้จนทุ้มแล้วก็ไม่หาย แต่ก็โอเคนะ งานนี้ไม่ต้องร้อง บอกว่าทีม stage ว่าผมไม่ใช้ไมค์ ไม่ร้อง ไม่คอรัส ไม่พูดด้วย ตอนเล่นเลยรู้สึกว่าข้างหน้าโล่งดีไม่มีอะไรบังเดินไปเยี่ยมตาโจ๊ะบ้าง ถ้าสายแจ๊คยาวกว่านี้จะเดินไปหาเจ้าวินมือคีย์บอดเลย

เอาภาพบรรยากาศที่น้าแต๋วได้มาจากน้องๆในส่วนเค้าอีกที

ปรกติยืนริมสุดรูปนี้ตกเฟรมแน่ๆ ปีนี้โชคดี เค้าเอาพวกกีต้าร์มาไว้ตรงกลาง ตอนขึ้นไปยืนเล็งเลยให้น้องๆเค้าเลือกก่อน น้องๆใจดีเลยบอกว่าพี่กานต์เอาชุดมาแชลไปเหอะ (ในใจก็คิดว่า เอ่อ…พี่ก็อยากเล่นชุดนี้แหละน้องๆ อิ อิ)

รูปนี้ก็ไม่ตกเฟรมน่าจะช่วงเพลงแรกเลย กำลังจับคอร์ด Cmaj7 เลย บ้านมากๆ หันไปส่งยิ้มให้น้องๆแบบชิลๆ

อ้อ…นานๆจะเห็นรูปพี่แหยมมือกลองผู้อยู่เบื้องหลังจะๆซักที Music fest ครั้งต่อไปในปี 53 พี่เค้าคงไม่มาเล่นด้วยแล้วเพราะปลดประจำการ ก่อนพี่จะเกษียนเราคงได้ขึ้นเวทีร่วมกันอีกนะครับ กว่าจะตีได้ฟีลขนาดนี้บิ๊วมาตั้งหลายปี

โผล่มากับนายตั้นมือเบสขอบเวทีบังเอิญได้ไฟ Follow ช่วยไว้เลยสว่างอยู่คนเดียว ตอนนี้กำลังจะขึ้นเพลงลืมไปไม่รักกันมั๊ง ไม่รู้ว่าส่งซิกกันอีท่าไหน พี่แหยมแกไม่เข้ามาซะที หันไปปรากฎว่าแกกำลังกระดกน้ำอยู่เลย แกว่ากำลังกินน้ำอยู่ปากไม่ว่าง เมื่อกี้ตะโกนบอกไม่ทัน แป่ววว…

ปีนี้บรรยากาศจะดูเป็นทางการหน่อยมีภาพสามสาวบราเซียลิปซิ๊งค์มาฝากด้วย

ปีนี้ขาดอะไรที่อยู่คู่กับงานไปหลายอย่างเหมือนกัน ไม่มีโคโยตี้ ไม่มีร้าน 70′s bar ไม่มีซุ้ม K-Gang ไม่มีกระต่ายมาดู Etc. ด้วย นึกถึงบรรยากาศปีที่แล้วจังประมาณนี้เลยอ่ะ

เอาไปอีก รู้สึกภาพนี้จะถ่ายวันที่ PTT band เล่นเลย สภาพเวทีแบบบ้านๆ ดนตรีเล่นสดทุกวง วันนั้นอด sound check เพราะวง Blackhead ของพี่ปูแกเซ็ตนาน แต่ก็คุ้มนะพอน้องๆมันฟังวงพี่ปูเล่น มันบอกว่า “พี่..นี่เค้าใช้เครื่องเสียงคนละชุดเหรอ?” อืมม์…….ดูมันถาม ไปละ

ทางหนึ่งซึ่งหวัง

เพิ่งไปดู The Innocent Concert “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น รียูไนท์ส ดิ อินโนเซ้นท์ คอนเสิร์ต” มาเมื่อวันเสาร์ อืมม์…..สุดยอดจนไม่รู้จะเขียนอะไร ไล่ไปตั้งแต่

  • พี่ๆอินโนเซ้นต์ยืนสามชั่วโมงรวดขนาดอายุปูนนี้แล้ว
  • ดนตรีเรียบเรียงใหม่สุดอลังการแน่นไปหมด หรือมาแบบน้อยๆก็เจ๋งเห็นเมโลเดียนแล้วนึกถึงตอนอยู่ ป.6 ส่วนเพลงเดี่ยวอีเลคโทน ลองคิดดู นี่น่าจะนับเป็นเครื่องเดียวใช่ป่าว นึกถึงตอนเรียน ม.ปลาย เลย
  • เครื่องดนตรีโคตรเยอะ กลอง 2 ชุด percussion กีต้าร์รวมๆเกิน 10 แน่ๆ โดยเฉพาะเจ้า SG 2 คอ โซโล่เบสคู่รุ่น Nathan East คีย์บอดนี่มาเป็นสิบเหมือนกัน
  • แสง, สี, เสียง ตามราคา…คือบัตร 800 นั่งแถวบนสุดบรรยากาศ Bird eye view อยู่หน้าลำโพงพอดี แต่ประทานโทษมันคือลำโพง surround ที่จะโชว์ช่วงมนต์ไทรโยค ไม่เห็นมันจะหมุนตรงไหนเลยฟะ รู้งี้ซื้อบัตร 2500 ดีกว่า คริ คริ ชอบจอ LCD ข้างหลังจัง ขัยบไปขยับมา แยกร่างรวมร่างได้
  • เวทีก็ดีนะแน่นจัง คงจะเป็นเพราะอุปกรณ์เยอะจัด น่าจะจัดที่ให้พี่สายชลกะพี่ปื้ดเยอะกว่านี้หน่อย ดูยืนขยับตัวลำบากๆ อีกอย่างก็น่าจะยกพื้นของพี่ๆทั้งสองให้มาอยู่ระดับเดียวกันไปเลย แต่เวทีคงจะดูราบเรียบไปละมั๊ง เค้าคงคิดมาแล้วแหละ (แอบขัดใจเหมือนกัน)
  • อีกอย่างชอบพี่โอมแบบร๊อคๆนะ แต่เพลงช้าๆ อย่างสักวัน เพียงครึ่งใจ นี่ผมก็ยังชอบแบบเดิมนะ

ภาพบรรยากาศในงานที่ชาวบ้านเค้าถ่ายเอาไว้

http://overconda.multiply.com/photos/album/197/197

อัลบัมนี้พี่ตากล้องถ่ายได้เทพมากๆ แสง สี องค์ประกอบภาพ คนในภาพ ฯลฯ ของคนอื่นๆก็มีนะไปหาในพันทิบเอาเองละกัน

อันนี้เป็น คลิปจากจิกกบาลดอทคอม คลิ๊กโลด สุดยอดอีกเช่นเคย เสียตรงที่เพิ่งจะมาเจอหลังจากดูคอนเสริตมาเรียบร้อยแล้ว กำ….. มันก็แบบนี้แหละนะ ก่อนงานไม่ค่อยจะทำการบ้าน พอไปเจออะไรดีๆต้องกลับมานั่ง research ทุกที

อ่ะนะเพ้อเจ้อมานานเข้าเรื่องเพลงทางหนึ่งซึ่งหวังดีกว่า

คลิปสมัยที่พี่ๆยังละอ่อน เนื้อเพลงตามนี้เลยจะก๊อบมาแปะก็เกรงใจ (พี่เค้าว่าฟังเพลงนี้แล้วมีกำลังใจ ทำไมผมฟังแล้วมันหม่นๆ หดหู่ๆหว่า)

นี่ปกเทปเห็นเค้าว่าอยู่ในชุดรักคืออะไร เอามาแปะซะ (ถูกผิดอย่างไรบอกได้นะ)

ที่จะบ่นถึงเพลงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ฟังแล้วรู้สึกว่า เมโลดี้มันช่างทำให้คิดถึงบ่ายๆ ค่ำๆ วันอาทิตย์ ที่วันรุ่งขึ้นจะต้องไปเรียน (สมัยที่ฟังตอนนั้น) ตอนนี้ก็จะนึกถึงการทำงานในวันรุ่งขึ้น มันหม่นๆ ยังไงบอกไม่ถูก อยากจะสารภาพว่า ผมไม่ได้ซื้อเทปชุดนี้หรอก อิ อิ ตอนนั้นรู้สึกว่าพวกพี่ๆเค้าหวานแว๋วจัง เต้นโยกซ้ายโยกขวาด้วย เลยหันไปฟังเพลงโจ๊ะๆอย่าง คาราบาว, ซูซู, ทอมดันดี ฯลฯ ประมาณนั้นแหละ แหม..ความทรงจำมันช่างเลือนลางเหลือเกินนะ กลับมาฟังอินโนเซ้นท์อีกทีก็ตอนชุด 10นาฬิกา ชอบมากๆ เพลงช่างโจ๊ะ และ ร๊อค  ถูกใจ อย่างว่าใครๆก็ชอบเพลงอย่าง สักวัน, เพียงครึ่งใจ, เห็นใจกันหน่อย แต่ผมชอบเพลง บอกแล้ว อ่ะ

บ่นเรื่องหม่นๆอยู่ ออกทะเลไปนู่นซะแล้ว

สรุปว่าเพลงนี้อาศัยฟังผ่านไปผ่ามมา ไม่มีเทปเป็นของตนเอง จนกระทั่งอยู่มหาลัยปี 3 จึงมีคนเมตตาจัดรวมฮิตอินโนเซ้นท์มาให้ ขอบคุณนะ เลยได้ฟังเพลงนี้แบบเต็มๆเสียที

ปรกติผมก็ไม่ได้ฟังเนื้อหรอกไม่รู้ว่าพี่แกร้องว่าอะไร แม้ว่ากำลังแหกปากร้องตามไปด้วยก็ตาม จนถึงวันนี้ก็เป็นแบบนี้อยู่ฟังแต่ทำนอง ดนตรี (ไม่คุ้มเลยเนอะ เหมือนซื้อ BB มาโทรออกรับสาย อิ อิ) ไม่ได้รู้หรอกว่าเนื้อร้องเค้าล้ำลึก ลึกซึ้ง ขนาดไหนมารู้ความหมายก็ตอนร้องคาราโอเกะนั่นแหละ อ้อ..มันพูดอย่างนี้นี่เอง อืม..ความหมายดีเนอะ   แต่สำหรับเพลงนี้ผมก็รับรู้ว่าเพลงมันสนุกนะ แต่รู้สึกหม้นหม่น เศร้าๆพิกล คอร์ดอะไรก็ไม่รู้เสียงแปลกๆเต็มไปหมด หลังจากนั่งคิดไปคิดมาก็พอจะสรุปได้ว่า คงเป็นเพราะฤทธิ์ของเมโลดี้ + คอร์ด 4 Minor ที่กระจายอยู่ทั้งเพลง แทนที่จะลงมาตัวนี้กลับมาไม่ถึงขาดไปครึ่งเสียง ส่วนท่อนฮุคก็จะมี คอร์ด 6Minor ต่อด้วย 3Minor ประมาณนี้ ไอ้จะเขียนเนื้อร้องพร้อมคอร์ดก็คงจะพลาดเยอะ อายเขา เอาเป้นว่ารอท่านต่อขาร๊อค เมตตาแล้วกัน (พาดพิงเฉยๆน่ะท่านไม่ได้จะให้เขียนจริงๆ) องค์ประกอบสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือเสียงของพี่สายชล ที่ฟังแล้วอารมณ์ดูหม่นๆด้วย (อีกแระ …)  ไม่เกี่ยวกับอักขระที่ชัดแบบมาเป็นคำๆของวัยรุ่นสมัยนั้น ไม่เหมือนที่พวกวัยรุ่นสมัยนี้เค้านิยมร้องกัน

เฮ้อ…..บ่นเสร็จแล้ว ไปละ

โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 คืออะไร ?

มีข่าวใหญ่ในช่วงนี้ ปลาย ก.ย.52 ประมาณนี้ว่า ศาลสั่งห้ามดำเนินการโครงการที่มาบตาพุด เพราะขัดกับ มาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญปี 50

อันนี้เป็นข่าวจาก นสพ.ประชาชาติ

ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว 76โครงการมาบตาพุดสะดุดอีกรอบ วันที่ : 01/10/2009
แหล่งข่าว : ประชาชาติธุรกิจ
Source – เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Thursday, October 01, 2009

76 โครงการมาบตาพุดปั่นป่วนหนัก หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวสั่งให้หน่วยงานราชการที่ เกี่ยวข้องระงับการออกใบอนุญาตจนกว่าศาลจะมี คำพิพากษา เผยคำสั่งศาลมีผลครอบคลุมกว้างกว่าประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง 8 กิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน ส่งผลกระทบโดยตรง ทั้งโรงงานปิโตรเคมี-โรงแยกก๊าซ-โรงไฟฟ้าในพื้นที่

ผู้ สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าศาลปกครองกลาง องค์คณะที่ 19 โดยนายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวด้วยการสั่งระงับ โครงการ 76 โครงการในพื้นที่มาบตาพุดตามคำร้องของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชน ชาวมาบตาพุดรวม     43 ราย ซึ่งได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการ      สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ    และสิ่งแวดล้อม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข    และ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในข้อหาร่วมกันออกคำสั่งโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนและละเลยต่อหน้าที่ตามที่ กฎหมายกำหนดไว้ให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 67(2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่บัญญัติไว้ว่า

โครงการ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EIA) และสุขภาพประชาชน (HIA) และ จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และให้องค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาตให้ดำเนิน โครงการ

โดยศาลปกครองกลางมีความเห็น     ใน คำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวครั้งนี้ว่า โครงการทั้ง 76 โครงการน่าจะมีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงาน ทางปกครองเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ในการดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องใน สิ่งแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม คำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวที่ให้ระงับโครงการทั้ง 76 โครงการใน   พื้นที่ มาบตาพุด ได้รับการ “ยกเว้น” โครงการที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งเท่าที่ผ่านมา โครงการส่วนใหญ่ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงในพื้นที่มาบตาพุดล้วนแล้วแต่ยังไม่ได้รับ “ใบอนุญาต” ให้ก่อสร้างหรือขยายโรงงาน  แทบทั้งสิ้น แต่จะมีบางโครงการเท่านั้น     ที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มาแล้วเท่านั้น

ทั้ง นี้เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งของศาลปกครองกลางนั้น มีผลบังคับใช้ครอบคลุมมากกว่าประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องโครงการหรือ กิจกรรมเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพ     สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมทั้งสิ้น 8 กิจกรรมที่ลงนาม โดยนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้โครงการปิโตรเคมีของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทอื่น ๆ รวมไปถึงโครงการโรงแยกก๊าซ, โครงการ โรงไฟฟ้าในพื้นที่ หลายบริษัท ไม่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตได้ แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะไม่เข้าข่าย 8 กิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน หรือผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) มาแล้วก็ตาม

หน้า 1–จบ–

–ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 1 – 4 ต.ค. 2552– ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachart

ก็เลยสงสัยว่าแล้วโครงการอะไรที่มันเข้าข่ายบ้างเพราะเห็นว่าบางโครงการไม่อยู่ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ก็โดนด้วย ไปค้นตามเว็บก็เจอที่สำนักงานกฎหมาย เครือธรรมนิติ ได้มีบทความที่น่าสนใจโพสเอาไว้ ก็ขออนุญาตเอามาแปะพร้อมลิ๊งค์เลยละกัน เผื่ออนาคตจะหาไม่เจอ

http://www.dlo.co.th/node/253

โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 คืออะไร ?

ผู้เขียน:

พิชัย พืชมงคล

วันที่:

24 สิงหาคม 2009

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ บัญญัติว่า

สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชน ในการอนุรักษ์บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

การดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน

รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง 1

2. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน มีสาระสำคัญ 3 ประการ คือ

(1). ให้โรงงานตามบัญชีท้ายประกาศของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่ต้องจัดทำ EIA ตามพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 เป็นโรงงานที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง

(2). ก่อนพิจารณาคำขออนุญาตของโรงงานตามข้อ 1 ต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียก่อน โดยวิธีการให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทำรายงาน EIA ออกตามมาตรา 46 และ 51 ของพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535

(3). ในการพิจารณาคำขออนุญาตโรงงานตามข้อ 1 ให้ผู้อนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 พิจารณาเฉพาะโรงงานที่ผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการผู้ชำนาญการตามมาตรา 49 ของพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 แล้วเท่านั้น

โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน จึงต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) 5 ตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (Health Impact Assessment : HIA) 6 และยังต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียตามหลักเกณฑ์และวิธีการในประกาศฯ ด้วย 2

3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ ๒๕๕๐ ประกาศใช้บังคับมาสองปีแล้ว  รัฐก็ยังไม่มีกฎหมาย กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน รวมทั้งจัดตั้งองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงทำให้บรรดาองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกชน มีอุปสรรคขัดข้อง ไม่อาจลงทุนตั้งหรือขยายโรงงานมาร่วม 2 ปีแล้ว

กฎหมายกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุนของชาติ

ถึงบัดนี้ ยังไม่มีการจัดตั้งองค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ตามกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็น ต่อโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ก่อนที่จะดำเนินโครงการต่อไปได้

บรรดาโครงการขออนุญาตตั้งโรงงานและขอส่งเสริมการลงทุนจำนวนมาก ที่เข้าลักษณะเป็นโครงการ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง แม้ว่ารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ของโครงการ ผ่านความเห็นชอบแล้ว แต่รายงานผลกระทบต่อสุขภาพ ยังไม่ผ่านและยังไม่มีความเห็นจากองค์กรอิสระ จึงต้องหยุดชะงัก ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้

เฉพาะโครงการที่รอการพิจารณาของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) 23 โครงการ ก็มีมูลค่ารวมถึง 323,661 ล้านบาท

4. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2552 นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ได้ลงนามยกเลิกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง โรงงานที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 22 ก.ค.51 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.52 โดยกล่าวว่า เนื่องจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 67 วรรคสอง

ได้บัญญัติให้การดำเนินการโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพจะกระทำไม่ได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมิน ผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียก่อน

แต่ปัจจุบันนี้ ยังมีปัญหาด้านความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มีผู้รับผิดชอบหลายหน่วยงาน โดยกระทรวงอุตสาหกรรม จะได้เป็นเจ้าภาพหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางการปฏิบัติให้ชัดเจนตาม มาตรา 67 วรรคสอง ภายใน 1 เดือน และให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป3

5. เมื่อวันที่ 24 สค. 2552 นายโกศล ใจรังษี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงว่า ขณะนี้คณะทำงานกำหนดรายชื่อโครงการ หรือกิจการที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ได้สรุปรายชื่อ 8 กิจการ คือ

1) เหมืองใต้ดินที่ชั้นหินแตกหักง่าย

2) เหมืองตะกั่ว/แมงกานีส

3) โรงถลุงเหล็กด้วยการละลายเคมีในชั้นดิน และกิจกรรมผลิตเหล็กขั้นต้น

4) โรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นกลาง ที่มีผลผลิตจากการใช้สารที่ก่อให้เกิดสารพิษในอากาศ 14 ชนิด หรือมีสารพิษรุนแรงก่อให้เกิดการเสียชีวิต

5) นิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานเหล็กและปิโตรเคมีตั้งอยู่

6) โรงฝังกลบของเสียอันตราย โรงงานเตาเผาของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม

7) โรงไฟฟ้าจากถ่านหิน และ

8) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ซึ่งจะเสนอให้นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามเป็นประกาศใน วันที่ 24 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ โครงการหรือกิจกรรมที่เข้าข่ายมาตรา 67 รัฐธรรมนูญ 2550 จะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และได้รับความเห็นจากองค์กรอิสระ

ซึ่งเดิมคณะทำงานได้จัดทำร่างรายชื่อ 17 กิจการ เข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง กรอ.มีมติเห็นชอบ 2 ประเด็น คือ

1) ให้หน่วยงานราชการที่มีอำนาจสามารถดำเนินการอนุมัติ อนุญาตโครงการลงทุนต่าง ๆ ไปได้ ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา

2) ให้กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศรายชื่อโครงการหรือกิจการ และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รับทราบอีกครั้งในวันที่ 26 ส.ค. 2552

การพิจารณาจากร่างรายชื่อเดิม 17 กิจการนั้น มีเพียง 8 กิจการที่กระทรวงอุตสาหกรรม มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ส่วนอีก 9 กิจการ เป็นอำนาจการอนุมัติของหน่วยงานอื่น เช่น โครงการถมทะเล, สนามบิน, ท่าเทียบเรือ เป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม, โครงการเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำ เป็นอำนาจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ซึ่งหากต้องการกำหนดให้เป็นโครงการที่เข้าข่ายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาอนุมัติเป็น ผู้ออกประกาศ ในทางกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถออกประกาศนอกเหนือจากอำนาจได้ หรือแม้แต่ให้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะใช้บังคับเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ไม่สามารถบังคับภาคเอกชนได้ 4

6. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 คณะกรรมการกฤษฎีกา มีมติว่า ในเวลาที่ยังไม่มีกฎหมายใหม่ออกมารองรับ รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 เพื่อไม่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินหรือการประกอบอาชีพของประชาชน ต้องสะดุดลง หน่วยราชการจึงสามารถดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติหรืออนุญาตโครงการ ตามกรอบกฎหมายเดิมไปก่อนได้

แต่มติคณะกรรมการกฤษฎีกา มีฐานะเป็นเพียงความเห็นทางกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมาย ดังนั้น แม้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา มีมติให้ทำได้ แต่การฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้น ผู้อนุมัติหรืออนุญาต อาจถูกฟ้องคดีหรือถูกดำเนินการได้ หน่วยราชการต่างๆ จึงกังวล ไม่กล้าดำเนินการใดๆ

ข้อควรพิจารณาต่อไป คือ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม มติของ กรอ.และมติของคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดว่า โครงการประเภทใดเป็น โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงนั้น สามารถใช้บังคับได้แค่ไหน เพียงใด

รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 มิได้บัญญัติความหมายของโครงการ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ไว้ จึงต้องถือว่า โครงการใดก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ก็จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการในการอนุญาตหรืออนุมัติโครงการ ตามมาตรา 67 ดังกล่าวข้างต้น

ประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม มติ กรอ. และมติครม.จึงมีผลเพียงเป็นการกำหนดแนวทางและนโยบาย ในการพิจารณาอนุญาตหรืออนุมัติโครงการ ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โครงการตามที่ฝ่ายบริหารกำหนด จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดของโครงการ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 แต่อย่างใด

กล่าวคือ โครงการใด แม้ไม่ใช่เป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือมติคณะรัฐมนตรี เช่น โครงการทำสนามกอล์ฟ หรือโครงการถมทะเลที่น้อยกว่า 500 ไร่ แต่ถ้าเป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ก็จะต้องอยู่ภายใต้บังคับของ รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และหากหน่วยงานราชการใดไม่ดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 ก็อาจถูกประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบฟ้องร้องได้

7. ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๓/๒๕๕๒ เรื่อง ศาลปกครองสูงสุดส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 56 วรรคสอง และมาตรา 59 หรือไม่ ว่า 7

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีเจตนารมณ์ให้ สิทธิ และเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้ มีสภาพบังคับได้ทันทีที่รัฐธรรมนูญประกาศให้มีผลใช้บังคับ โดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องขึ้นมาใช้บังคับก่อน

ถ้าปรากฏว่า การดำเนินโครงการหรือกิจการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพต่อบุคคลหรือชุมชน บุคคลหรือชุมชน ย่อมมีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครองได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสาม เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ดำเนินโครงการหรือกิจการนั้น

จัดให้มีการศึกษาและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือการให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็น ก่อนดำเนินโครงการหรือกิจการได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง

8. ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาล จึงควรต้องตระหนักว่า รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์แล้ว หน้าที่ของรัฐบาล จึงควรเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวกับ การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และการจัดตั้งองค์กรอิสระตามมาตรา 67 เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นต่อโครงการฯ

ส่วนการกำหนดว่าโครงการใด เป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ของฝ่ายบริหาร นั้น มิ ได้เป็นการกำหนดที่มีผลเด็ดขาด ทั้งนี้ ยังต้องขึ้นอยู่กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งศาลปกครองว่า เห็นด้วยกับการประกาศกำหนดของฝ่ายบริหาร หรือไม่ เพียงใด

ถ้าไม่เห็นด้วย ประชาชนและชุมชน ก็อาจฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้  รวมทั้ง ใช้สิทธิขอให้ถอดถอนผู้อนุมัติหรืออนุญาตให้ออกจากตำแหน่งได้ ถ้าปรากฎมีพฤติกรรม ส่อว่า จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

ข้อมูลอ้างอิง

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ ๒๕๕๐

2. รัฐธรรมนูญมาตรา 67 เดทล็อคของกระทรวงอุตสาหกรรม

3. นสพ.สยามรัฐ

4. นสพ. ประชาชาติธุรกิจ

5.การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  หมายถึง การใช้หลักวิชาการในการทำนายหรือคาดการณ์ ผลกระทบ ทั้งในทางบวกและทางลบ ของการดำเนินโครงการพัฒนาที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อม ในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางทรัพยากรธรรมชาติ และทางเศรษฐกิจ สังคม เพื่อจะได้หาทางป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมในทางลบ ที่อาจเกิดขึ้นให้เกิดขึ้น น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยังใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจของนักบริหารว่า สมควรดำเนินโครงการหรือไม่ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะเป็นประโยชน์อย่างมาก หากได้รับการนำมาใช้ในการวางแผนป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ภายหลังดำเนินโครงการไปแล้วได้มาก และเป็นวิสัยทัศน์ของนักบริหารโครงการในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่มุ่งเน้นการป้องกันปัญหามากกว่าการแก้ไข

ที่มา สำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

6. Health Impact Assessment หรือ HIA เป็นกระบวนการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ แผนงาน หรือโครงการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น โดยประยุกต์องค์ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยง ระบาดวิทยา ผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินการใด ๆ

เพื่อเสนอแผนงานหรือปรับปรุงการดำเนินการ ให้มีการป้องกันผลทางลบและส่งเสริม สุขภาพ ที่ดีของมนุษย์ดังนั้นการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ จึงเป็นการนำเอามิติสุขภาพที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนากิจกรรมใดๆ กิจกรรมหนึ่งเป็นตัวตั้งที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากการเดิมที่เป็นอยู่ โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ที่มา เว็บ kittinan

7. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๕๒

อ่านแล้วก็ยังงงงงกับภาษากฎหมายนะ สรุปง่ายๆว่า โครงการที่ต้องทำ EIA น่าจะต้องปฏิบัติตาม ม.67 แน่ๆโดยต้องทำ HIA และ การมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ครบตาม รธน. ส่วนพวกที่ไม่ต้องทำ EIA นี่ก็ต้องขึ้นกับหน่วยงานที่รับผิดชอบกระมัง ว่าจะต้องทำตาม ม.67 หรือไม่

มาแกะเพลงกัน

อันนี้ขออนุญาตยกบทความของจารย์ต่อขาร๊อคมาโลด

มาแกะเพลงกัน

แล้วต่อด้วยแนวทางการแกะเพลงสไตล์กีต้าร์วงเหล้าที่ได้โพสเอาไว้ ที่จริงอยากจะเขียนเรื่องนี้นานแล้วแต่ขี้เกียจ โชคดีจารย์ต่อเปิดประเด็นไว้เลยขออนุญาตนำเสนอซะ

อยากจะแชร์ ประสบการณ์ แกะเพลง บางทีในวงเหล้าก็ต้องเล่นไปคิดไปเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งถ้าพอมีความรู้ทฤษฎีดนตรีแบบหางอื่งคงพอจะทำความเข้าใจ concept ได้ไม่ยากนัก (ส่วนอ่านไม่รู้เรื่องเพราะมันเขียนวนไปวนมานี่อีกเรื่องนึงนะ อิ อิ)
ปรกติตัวเพลงมันจะอยู่ในสเกลของมัน (อ่ะ งงละสิ…เปิดเรื่องก็พูดถึงสเกลเลย ผมก็งงเหมือนกัน)  ซึ่งสเกล major ก็ประมาณนี้

ตัวโน๊ตลำดับที่                       1    2     3      4      5      6       7
scale C major ก็คือ           c     d     e       f       g      a        b
scale D major ก็คือ           d     e     f#     g      a      b       c#
scale E major ก็คือ           e      f#   G#   a      b     c#     eb

ที่เหลือก็ไปไล่เอาเองนะ หลักสำคัญคือตัวที่ 3,4 แล้วก็ 7,1 ห่างกันครึ่งเสียง ที่เหลือห่างกันหนึ่งเสียง

นอกจากนี้ยังมีสเกลอีกมากมาย เช่น Blues scale ,  Pentatonic scale, Japannese scale, Thai scale (ลองฟังวงปี่พาทย์ มโหรี ดิ บางตัวโน๊ตเสียงมันจะแปลกๆไม่เหมือนกับเพลงสากลที่เราคุ้นเคย แต่ยุคหลังๆเค้าก็ดัดแปลงให้ใช้กับโน๊ตเพลงสากลแล้วนะ)

กลับมาที่ทางคอร์ด major ดีกว่า scale นี้เนี่ยก็ใช้ในเพลงทั่วไป ตามวิทยุ ทีวี ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นวิดวะปู้ (Cmajor) ยินยอม(Cmaj)  ทำไมนึกออกแต่เพลงเก่าๆหว่า ก็ประมาณ เพลงป๊อบ เพลงร๊อค ป๊อปแจ๊ซ ที่ฟังกันทั่วไปแหละ  ถ้าอยากฟังสเกลแปลกๆคงต้องไปฟังเพลงแจ๊ซ, ฟลามิงโก้, progressive พวกนั้นแล้วหล่ะ

ทางคอร์ดก็จะเป็นคอร์ดตามลำดับโน๊ประมาณนี้

1maj 2minor 3minor 4maj 5seventh 6minor 7maj(คอร์ดนี้ไม่ค่อยเห็นในเพลงเท่าไร)

ดังนั้นเพลงที่ใช้ สเกล C major หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า เพลงคีย์ C ก็จะมีคอร์ดตามลำดับเป็น

C Dm Em F G7 Am

คีย์ D ก็จะเป็น

D Em F#m G A7 Bm เป็นต้น

แค่นี้เราก็จะแกะเพลงสำหรับวงเหล้าได้เยอะแยะ (ที่พยายามอ้างอิงกับวงเหล้าเนื่องจากมันไม่ต้องการความละเอียดมาก แต่ถ้าละเอียดได้จะดีมาก เล่นแล้วก็ผ่านไป ถ้าแกะสำหรับออกงาน หรือจริงจังคงต้องใช้พยายามเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง)

แต่ถ้าจะให้สุดยอดก็ต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอย่างท่านต่อขาร๊อคว่าไว้ลุยแกะมันทีละโน๊ตเลย

อีกอย่างบางเพลงเขาก็จะปรับโน่นนิดนี่หน่อยให้ไพเราะขึ้น เช่น

จาก คอร์ด 1maj ก็จะเป็น 1maj7 1-7 บ้าง
จาก 2minor เป็น 2maj
จาก 3minor ก็เพิ่ม 7 เข้าไป
จาก 4maj เป็น 4maj7 บางทีก็มีเป็น 4minor บ้าง
ส่วน 5maj ก็เป็น 5-7 นานๆจะเจอเป็น 5minor ซะที
ส่วน 6minor นี่แทบจะเป็นของตาย อย่างเก่งก็ใส่เป็น 6m7 นานๆจะเห็นเป็น 6maj สักครั้ง

อีกกลุ่มนึงก็จะเป็นสเกล minor บ้างเช่น เมดอินไทยแลนด์ (Dm) วัวลืมตัว (Dm) …… เก่าอีกแล้ว…เพลงพวกนี้จะชอบขึ้นด้วยคอร์ดminor

วิธีง่ายที่สุดก็เอาสเกล major ข้างบนมานั่นแหละ แต่ให้เริ่มจากโน๊ตตัวที่ 6 แทน

สเกล a minor
1    2    3b    4     5    6b     7
a    b     c      d     e      f       g

ทางคอร์ดก็เหมือนกัน ก๊อบมาใช้ได้เลยแต่ให้เริ่มที่ Am แทน

อีกวิธีที่ง่ายขึ้นหน่อยนึงมั๊ง คือก็บอกว่ามันเป็นคีย์ C นั่นแหละ แต่เราจะรู้เองว่าเพลงนี้มันขึ้นด้วย Am

ดังนั้น ทั้ง เมดอินไทยแลนด์ และ วัวลืมตัว ก็เป็นคีย์ F ทั้งคู่แต่ขึ้นด้วย Dm

คราวนี้ไม่ว่าจะเพลงไหนเราก็สามารถแกะโครงสร้างคอร์ดออก และสามารถเปลี่ยนคีย์ให้เข้ากับนักร้องได้ หรือ เปลี่ยนให้เล่นง่ายขึ้นได้ เช่นจาก Dd ก็ลดครึ่งเสียงเป็น D หรือจะเพิ่มอีกครึ่งเสียงเป็นคีย์ E ก็ได้สบายมาก

อันนี้ก็จะเล่นเพลงทั่วไปได้เกือบหมด

คราวนี้ก็มีบางเพลงที่เปลี่ยนคีย์กลางเพลงเช่นเพลงของเราที่จารย์ต่อแต่ง จารย์เอกร้อง หรือเพลงใคร ของบอยโกฯ นี่เปลี่ยนคีย์ไปมาจนมึน เพราปรกติเราจะคุ้นกับการเปลี่ยนคีย์สูงขึ้น ครึ่งเสียงบ้าง เต็มเสียงบ้าง บางทีก็เปลี่ยนจาก Cmaj (Aminor) เป็น Amaj นึกเพลงไม่ออก แต่ทางคอร์ดจะประมาณ Am/ F G/ Am/ F G/ A/ F#m /D /E/

แต่บางครั้งก็สงสัยว่าทำไมบางเพลงมันใช้สูตรนี้ไม่ได้ อย่างเพลงบลูส์ แจ๊ซ อะไรพวกนี้ มันมีสเกลเฉพาะอยู่ อันนี้ก็ต้องอาศัยหูฟัง แล้วก็ไปศึกษาเพิ่มเติมกันนะ ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อน

ขี้เกียจเขียนต่อแระ ไปดีกว่า

ลายเสื้อ

ม่รู้จะเอาไปไว้ไหนดี ไว้ใน Sym ก็ไม่เข้า งั๊นมาใส่ในนี้แล้วกัน

ลายป้ายจราจร พร้อมปุ่มกด

ป้ายทางหลวง

ยืมรูปเขามา

ยืมรูปเขามา

ยืมรูปเขามา

ยืมรูปเขามาอีก

ยืมรูปเขามาอีก ตามไปที่กรมทางหลวงเลย กิ๊กโลด

ยืมอีก

ยืมอีกแย้ว

ยืมทั้งปี

ยืมอีกที

ช๊อบ..ชอบ

วันนี้บังเอิญเข้าไปดู playlist ของ youtube ที่เซฟเอาไว้เล่นๆ ก็เจอคลิปนี้ แหม…ภาพมันช่างชัดยิ่งนัก

สมัยนั้นมือถือ moto startac อย่างเท่ห์ ดูเสร็จเลยอยากได้ช๊อตที่กินไปร้องเพลงไปในร้านอาหารแบบที่มันชัดกว่านี้อ่ะนะ

เลยค้นไปค้นมาเจอคลิปนี้ Natalie กะ Whitney ร้องกันอย่างเทพ

ช๊อบ ชอบ

POD XT Live Ep.2

หลังจากที่สอยเจ้า POD XT Live มาเล่นก๊องๆแก๊งๆ เห็นว่ามันสามารถต่อคอมได้ ใช้เป็น soundcard ได้ด้วยก็เลยเข้าไปค้นใน line6.com

ได้เจ้านี่มา

Gearbox

หลังจากติดตั้งในคอมเสร็จ เราก็เสียบสาย usb จากคอมไปที่ pod xt live โอ้โหเฮะ มีเสียง preset เพิ่มมาอีกพอสมควร ลองเปลี่ยน preset ในโปรแกรมเจ้า pod มันก็เปลี่ยนตาม ลองเปลี่ยนที่ pod บ้าง ในโปรแกรมก็เปลี่ยนตาม หนุกดีแฮะ ลองปรับเสียง amp stombox จากคอม pod มันก้เปลี่ยนตาม เออดี

มี player ด้วยเอาไฟล์เพลงในคอมมาเล่นหรือจะแกะเพลงก็ได้ มันสามารถลดสปีดเพลงได้ด้วย จะย้าย preset ไปมาระหว่างคอมกะ pod ก็ได้

ลองเข้าไปที่ guitarport online มันไม่ยอม connect อ่ะ ไรว๊าา คอมเราก็ต่อเน็ทอยู่นี่หว่า ไม่เป็นไรเข้าผ่าน web browser ธรรมดาก็แล้วกัน

มันมี amps สำหรับ guitar, bass, vocal กะ stombox ให้โหลดเพิ่มด้วยนะแต่ต้องเสียตังค์อ่ะ ถึงว่าใน pod มันมี amp เบอร์1-30กว่า แล้วข้ามไปเป็นเบอร์ 100 กว่า เลย ไอ้เบอร์ที่ว่างๆมันให้เราโหลดเพิ่มนี่เอง ร้ายจิงนะ line6

ตอนนี้กำลังโหลด podfarm มาเล่นเผื่อจะทำอะไรได้อีกตามไปเลย http://line6.com/podfarm/

POD Farm 1.11  เดี๋ยวลองแล้วได้ผลอย่างไรจะมารายงานต่อไป